วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

ร่องรอย ควบกล้ำธรรมชาติ ๒๕๔๗


          ธรรมชาติเป็นห้องเรียนใบใหญ่  บ้านเป็นฐานเรียนรู้  และกระบวนการศิลปะเป็นตัวบดเคี้ยว สังเคราะห์ประสบการณ์การรับรู้ที่อาจจะเรียกว่าความรู้ได้หรือไม่ก็ตาม  ร่องรอยที่สะท้อนผลจากการเรียนรู้ในมิติธรรมชาติ ผสมผสานด้วยจินตนาการ ความรู้สึกต่อความงามและสุนทรียภาพในบริบทแห่งสรรพชีวิต  ข้อมูลประสบการณ์ ที่มาจากแรงบันดาลใจและจิตสำนึกในการเรียนรู้ สู่วิถีธรรมชาติ นับตั้งแต่วัยเด็กแรกเริ่มถึงวัยก่อนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยรุ่น ของ เด็กชายสองคน ดล และแดน ในช่วงวัย ๗-๑๑ ขวบ คือพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ การปลูกฝังสำนึกที่รักษา รังสรรค์ต่อโลกในอนาคตของเด็กๆ  จากการเริ่มต้นกันที่บ้าน ขยายผลผ่านกระบวนการเรียนรู้ไปทุกหนแห่ง ฝึกฝนปฏิบัติกันไปตามอัธยาศัย
              ร่องรอย อันเกิดจาก การถ่ายทอดส่งต่อกัน ระหว่างการรับรู้และมุมมองที่เหมือนและแตกต่าง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างโลกธรรมชาติ โลกของเด็กและมุมมองของผู้ใหญ่ เชื่อมต่อกันโดยสายสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกกับวิถีชีวิตที่ร่วมกัน  ปรากฏการณ์เรียนรู้ที่เกิดขึ้นถือเป็นห้องปฎิบัติการเรียนรู้โดยครอบครัว ที่ได้รับรู้ หยั่งถึง
ถึงความมหัศจรรย์ของสรรพชีวิตร่องรอยที่ปรากฏ จึงเป็นผลจากการทับซ้อน ล้อเลียน สื่อสารความคิด จินตนาการ ซึ่งกันและกัน ภายใต้เครือข่ายสายใยชีวิตที่เชื่อมต่อกัน   เกิดเป็นผลงาน ร่องรอย ควบกล้ำธรรมชาติ




ปลาทั้งหลาย
เมื่อครั้งป.ปลา เป็นรูปทรงเคลื่อนไหวที่เร้าใจ ด.ช.ดล  ตอนวัยเริ่มขีดเขียน การถ่ายทอดรูปทรงคล้ายวงรีของเหล่า ป.ปลา นี่แหละ ที่ทำให้การว่ายวนคล้ายล่องลอยของ ป.ปลา นั้นหลากหลาย  วนเวียนอยู่ในใจเด็ก  ป.ปลาทุกตัวถูกถ่ายทอดผ่านการทำความรู้จักคุ้นเคยโดยการละเล่นขีดเขียน   ป.ปลา หลากหลายของเด็กๆ จึงเกิดความหมาย โยงใยมาถึง ป.ปลา ทั้งหลายหรือทั้งหมดในโลกของผู้ใหญ่
..........................................................................................................


 “ปลาผีเสื้อ
ผลงานการละเลงสีบนผ้าใบขนาดใหญ่ชิ้นแรกๆ ประสบการณ์ของดล คงเหมือนท้องทะเลกว้างใหญ่ มากกว่าแผ่นกระดาษ  พ่อเลือกมองผ่าน รูปทรงสีใส  ปลา ผีเสื้อ แม้เป็นเพียงชื่อสามัญ  แต่หารู้ไม่ว่า ความสนใจของดลโยงใยมาถึงผีเสื้อตัวจริงอีกหลากหลายชนิดในวัยต่อมา

...........................................................................................................


ปลากระเบน
จาก ป.ปลา ในท้องทะเลหลากหลายชนิด  แต่ดลติดใจอยู่ที่ ป.ปลา วนว่ายคล้ายกระพือปีก แถมรูปทรงประหลาดกว่าตัวอื่นเสียด้วย  ปลากระเบน  เคลื่อนไหวคล้ายนกยักษ์แห่งท้องทะเล พ่อจัดการกลมกลืนกระเบนใสใส่ท้องทะเล แต่ความสงสัยอยู่ตรงที่กระเบนตัวนี้ คือจุดประกายความสนใจให้ฝันไกลไปถึงชีวิตบนท้องฟ้า


............................................................................................................









ฉลามใจดี
เรื่องราวจากใต้ท้องทะเลลึก ที่ปกคลุมด้วยความมืดมิด มีป.ปลา แปลกประหลาดชื่อ แองเกลอฟิช ติดโคมไฟส่องแสงไว้ล่อเหยื่อปลาที่หลงแสงสี   มีฉลามยักษ์ใหญ่ใจดีกินแต่แพลงตอน พลัดหลงเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงปลาทะเลลึก ดลถ่ายทอดจินตนาการที่ถูกสังเคราะห์  ผ่านสีสัน และรูปทรง ด้วยแรงบันดาลใจจากข้อมูลเรื่องราวใต้ท้องทะเลลึก
.....................................................................................................














"กระโทงแทง"
เมื่อ ป.ปลาว่ายน้ำเร็วที่สุดโชว์ลีลานักกระโดด  เป็นที่ประทับใจของดลทุกครั้งที่เห็นจากหนังสือภาพหรือสารคดี  ถึงคราวนึกอยากถ่ายทอดลงบนผ้าใบดูบ้าง เส้นสายฝีแปรง ตวัดฉวัดเฉวียนไปตามลีลากระโทงแทง ด้วยการรับรู้และถ่ายทอดรูปทรง อย่างอิสระ  ตรงไปตรงมาโดยธรรมชาติของเด็กๆ

...................................................................................................................









สิ่งมีชีวิต
การรับรู้ ที่ตอบสนองสัมผัส ของดลและแดน ถูกตีความผ่านสิ่งเคลื่อนไหวที่มีชีวิต  สิ่งมีชีวิตของดลและแดน  ในขณะที่มีโลกทัศน์ที่แตกต่างกันด้วยทักษะการควบคุมมือ ร่องรอย ที่เชื่อมโยงความรู้สึกในโลกใบเดียวกันแต่ต่างกันที่ประสบการณ์สัมผัส
...........................................................................................

มหัศจรรย์แปลงร่าง
 เป็นอีกกระบวนที่เริ่มต้นด้วยการเลือกลงสีพื้นบนเฟรมไม้หลากหลายสีตามใจนึกไว้หลายๆเฟรม  แล้วเด็กๆเลือกถ่ายทอดความประทับใจแบบไม่รีรอ  เมื่อวงจรผีเสื้อ เป็นประสบการณ์เล่าเรื่อง  ชีวิตที่คืบคลานและโบยบิน เช่น ผีเสื้อ เส้นสายและลายฝีแปรง สำแดงรอยประทับแบบฉับไว ดลเล่าเรื่องปะติดปะต่อไว้ในแต่ละเฟรมให้ ลื่นไหลและหลากหลาย จากนั้นพ่อจะค่อยๆตีความ เลือกภาพจัดลำดับ ให้เรื่องเล่าประทับใจของดล ส่งผ่านลีลาเส้นสาย ตวัดฝีแปรงให้เต็ม



..................................................................................................................................





ต้นไม้ผีเสื้อ
โดยบังเอิญบนม้วนผ้าใบผืนใหญ่  ที่กางวางแผ่บนพื้นห้อง ดลมาเห็นอยากกลิ้งเกลือกนอนเล่นไปมา กลิ้งไปกลิ้งมา นึกอยากวาดเล่นบนผ้าใบด้วยเส้นปากกา ภาพต้นไม้ใหญ่กลางผืนผ้า ตามมาด้วยผีเสื้อเกาะบิน เวียนว่อน  แถมบึงน้ำบ่อ ป.ปลา อยู่เคียงข้าง 
แต่ดลดูยังไง...ก็ยังรู้สึกเหงาหงอย พ่อพออ่านความฝันในใจดลออก จินตนาการต้นไม้ ให้สมหวังควรเป็นเช่นไร...

.........................................................................................................................







พยูน
เมื่อดลเริ่มขยายความสนใจในรูปแบบชีวิตที่แตกต่างออกไป สรรพสัตว์ที่รู้จักมากมายหลายรูปแบบถูกถ่ายทอดด้วยเส้นสายทับซ้อนไปมาอยู่หลายวัน จนมาถึงพะยูนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มิใช่ปลาแถมพิสดารประหลาดล้ำมีชีวิตอยู่ใต้น้ำชอบหญ้าทะเล  แต่พะยูนใกล้สูญพันธ์แล้ว ดลแดนเห็นพะยูนได้ก็แค่ตัวสต้าฟแห้งกับโครงกระดูกที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน พะยูนอาจเป็นได้แค่  ร่องรอยในความทรงจำที่ต้องจินตนาการจากโครงกระดูกถ้าหากอยากรู้จักพะยูนให้มากกว่านี้
..................................................................................................




"กรรมะ"
สำหรับดลในวัยหกขวบ แม้ยังไม่ประสีประสากับเรื่องราวธรรมะ แต่ก็ได้พบพานโดยตรงจากธรรมชาติ เมื่อดลเจอไข่กบและเฝ้าดูวงจรชีวิตจากลูกอ็อดแปลงกายมาเป็นกบ  พร้อมเรียนรู้แมลงปอ ตอนวัยอ่อนอยู่ในน้ำมีฉายานักล่าทั้งใต้น้ำกลางอากาศ  แต่วงจรชีวิตของสัตว์ทั้งสองผูกพันกันด้วยกรรมซึ่งเป็นผลของการกระทำ เมื่อครั้งกบตอนโตเคยกระโดดงับแมลงปอกิน หารู้ไม่ว่าวัยเด็กตอนที่เป็นลูกอ็อด ก็เคยถูกบรรดาตัวอ่อนแมลงปอไล่งับกินอยู่ใต้น้ำ   ปรากฏการณ์กรรมะที่ดลสัมผัส




น้ำตกห้วยยาง
น้ำตกห้วยยางแหล่งเรียนรู้แห่งแรกๆที่ดลรู้จัก ครั้งนั้นในวันที่ฝนตกพรำ ดลมีเสื้อกันฝนใส่และเดินย่ำฝ่าเม็ดฝน ลัดเลาะขึ้นไป ผ่านแก่งหิน ก้อนโต เป็นระยะๆ ท่ามกลางกระแสน้ำไหลหลากจากภูเขา  ต้นยางต้นใหญ่ที่อาศัยพักพิงของเหล่าชีวิตน้อยใหญ่ให้ดลทักทาย รวมถึงกระสุนพระอินทร์ ชีวิตแปลกใหม่คล้ายกิ้งกือแต่หดตัวเป็นเม็ดกลมๆ  ดลกลับมาละเลงสี จากความรู้จักพร้อมบรรยากาศภาพประทับ พ่อเห็น ดลเห็น เป็นเช่นนั้น  เหล่าชีวิตที่คุ้ยเคยจึงถูกเพิ่มเติมโดยพ่อ  เหมือนเชี่อมโยงภาพประทับให้เป็นจริง 


วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มิติสัมพันธ์ ลมหายใจ สู่ ก้อนเมฆ

ชั้นเรียนศิลปะสร้างสรรค์
จินตนาการและความฝันดูไร้การควบคุมและขอบเขต หากความลื่นไหลและการควบคุมไม่สมดุลกัน
ความเพ้อฝันและการถ่ายทอดเป็นภาพ จึงขึ้นอยู่กับการคิดเชื่อมโยงประสบการณ์จากการรับรู้ ประสาทสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง ในทุกด้านๆ
การคิดเป็นภาพของแต่ละตนนั้นแตกต่างกัน บางคนชัดรับรู้ได้ บางคนครุมเครือพร่ามัว  ความชัดเจนหรือการถ่ายทอดจินตนาการออกมาให้สมจริงสมจังได้มากน้อยแค่ไหน มักจะเป็นการแก้ปัญหาในด้าน รูปทรงและรูปร่าง นั้นคือวิธีคิดที่เกี่ยวข้องกับมิติสัมพันธ์
การถ่ายทอดภาพความคิด นอกจากจะเชื่อมโยงกับประสาทสัมผัสแล้วขึ้นอยู่กับพื้นฐานการรับรู้ในด้านมิติสัมพันธ์ด้วย
ลมหายใจ สู่ ก้อนเมฆ เป็นการสำรวจประสบการณ์การรับรู้ ด้านมิติสัมพันธ์ ทั้งภายในความคิด และภายนอกแห่งการมองเห็น
สมอง บริเวณว่างและเวลา ที่มี มิติเกี่ยวเนื่องและ สัมพันธ์กัน........

ความเพ้อฝันหรือดินแดนจินตนาการ

ชั้นเรียนศิลปะสร้างสรรค์

 เปิดโลกการเรียนรู้ สืบค้น ลองผิดลองถูก  แบบไร้ขีดจำกัด  เติมเต็มภูมิหลังประสบการณ์ด้านสุนทรีย์แห่งการมองเห็น และ ความคิดสร้างสรรค์ สำหรับเด็กวัยก่อนโตเข้าสู่วัยรุ่น จนถึงผู้ใหญ่วัยปลดเกษียรครั้งแรก



“ความเพ้อฝันหรือดินแดนจินตนาการ”
ลองมาร่วมกันสำรวจ ระหว่าง ความเพ้อฝัน กับ จินตนาการ หรือคือ ความเพ้อเจ้อ ? …. การไม่เข้าถึงดินแดนแห่งจินตนาการ   การไม่สามารถควบคุมจินตนาการได้ หรือ การไม่สามารถแยกแยะความเป็นจริงออกจากความเพ้อฝัน (Fantasy) ได้   บางครั้งเรามักตีความว่า เพ้อเจ้อ หรือ ขาดจินตนาการ หากความเพ้อฝันนั้นไม่สามารถถ่ายทอดภาพลักษณ์ในจินตนาการได้อย่างชัดเจน 

มาร่วมกัน สำรวจพลังความคิดสร้างสรรค์ มาทดลอง ฝึกหัด ควบคุมบังคับ ผสมผสานด้วยประสบการณ์ใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ประสาทรับรู้ทั้งหมดต้องถูกนำมาใช้ หากต้องการให้จินตนาการมีพลังอย่างเต็มที่ เพราะจินตนาการที่ใช้วิธีคิดด้วยถ้อยคำไม่สามารถ แก้ไขปัญหาการรับรู้เกี่ยวกับ รูปร่าง (shape)และรูปทรง(form) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลังของจินตนาการจะอยู่ที่การคิดเป็นภาพ และการคิดเป็นภาพจะมีประสิทธิภาพได้เต็มที่เมื่อประสบการณ์การรับรู้ในทุกๆด้านถูกนำมาใช้ จินตนาการนั้นจึงสมจริงสมจัง

สำรวจจินตนาการด้วยการอยู่กับความฝันแต่ละอย่างจากถ้อยคำ เกมหายใจ เรื่องเล่าจากเกม หายใจ และจินตนาการด้วยความรู้สึก  หายใจเข้าลึกๆเอาอะไรเข้าไป และเอาอะไรออกมา เข้าไปสู่ดินแดนจินตนาการภายใน จนสุดท้ายกลับมาสู่โลกภายนอก และรู้สึกถึงตัวตนเอง ว่าฉันเป็นใคร

ชั้นเรียนมี ดล แดน นิวส์ ซี เคน จิโร่ แม่จิ๋ม และแม่กั้ง ลองดู พลังจินตนาการจากชั้นเรียนนะครับ

นายดอกมา ๓๑/๐๘/๕๔