วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ภาพบันทึก


     นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมาเมื่อโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นแรกวางตลาด ตามติดด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือจนกลายเป็น "สมาร์ทโฟน"ในยุคปัจจุบัน โทรศัพท์ฉลาดที่นับวันยิ่งจะแทรกตัวเข้ามาในวันเวลาของวิถีชีวิตคนเมือง อย่างปฏิเสธได้ยาก รวมถึง ดล แดน และครอบครัวของผมด้วย แต่ก็นับว่าเป็นความโชคดีของเด็กๆ กลุ่มครอบครัวควบกล้ำฯ ที่มีโอกาศได้เกิดก่อนยุคที่สมาร์ทโฟนและแทบเล็ตกำลังเฟื่องฟูเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คน ยุคที่โลกเสมือนถูกจำลองภาพจากทุกหนแห่งบนโลกสีฟ้าใบนี้ 

ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ข้อมูลภาพชนิดต่างๆจึงพรั่งพรูออกมาจากทุกหนแห่งที่เชื่อมต่อสู่ระบบเครือข่ายโลก โดยเฉพาะการพกพาติดตัวของกล้องโทรศัพท์เหล่านี้ จึงถูกใช้งานด้วยความสะดวกที่ง่ายและเร็วทำให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยบันทึกข้อมูลในการเรียนรู้ของเด็กๆให้สะดวกขึ้น แต่อาจจะทำให้การเรียนรู้ของเด็กขาดมิติไป ถ้าหากจะเปรียบเทียบกับวันเวลาก่อนหน้านี้ ที่เด็กๆยังได้มีโอกาศเรียนรู้วิธีการบันทึกภาพด้วยกล้องถ่ายภาพซึ่งมีกระบวนการและรายละเอียดมากพอสำหรับการบันทึกปรากฏการณ์สำคัญจากห้องเรียนธรรมชาติ


ถ่ายนกกับน้าเกรียงที่ บางปู
ถ่ายแมลงในลำห้วยที่ เกาะช้าง 
 ดลกับเพื่อนๆ บันทึกภาพสำรวจที่ อช.ปางสีดา
 ถ่ายบันทึกสำรวจเห็ดที่ อช.ปางสีดา
เฝ้าถ่ายนกเงือกในบังไพรที่ อช.เขาใหญ่
  เจอเหยี่ยวรุ้งกับอากาหลิบและแดนที่ อช.เขาใหญ่ 
บันทึกภาพท่ามกลางผีเสื้อที่ อช.แก่งกระจาน 

เครื่องมือเรียนรู้
          การเรียนรู้ธรรมชาติในวัยเด็กนั้นอาศัยแรงบันดาลใจเป็นพลังขับเคลื่อน ข้อมูลภาพเป็นส่วนหนึ่งที่ให้แรงบันดาลใจกับเด็กได้เสมอ และเมื่อโอกาศเปิดให้มีประสบการณ์ตรงเมื่อไหร่ การเข้าถึงความรู้เหล่านั้นจะเกิดขึ้น  กระบวนการบันทึกภาพจะเป็นการต่อยอดและหล่อเลี้ยงให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่เกิดขึ้นเสมอ  ในการสำรวจธรรมชาติจึงมีการบันทึกภาพเป็นแรงจูงใจที่ท้าทายให้เด็กๆพยายามค้นหาบันทึกสิ่งใหม่ๆที่ไม่รู้จัก การบันทึกภาพจึงมีประสิทธิภาพยิ่งเมื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือเรียนรู้ในห้องเรียนธรรมชาติ เมื่อภาพของสิ่งมีชีวิตมักถูกเชื่อมต่อกับความรู้ทางธรรมชาติวิทยาเสมอ เช่น การจำแนกชนิดหรือการสังเกตพฤติกรรม วงจรชีวิตและรวมถึงการพบเจอสิ่งใหม่ๆ ด้วยการสืบค้นเรียนรู้ด้วยตัวเอง







บันทึกเสี้ยวเวลา
          อีกประสบการณ์สำคัญของพวกเขา คือภาพถ่ายบันทึกเป็นหัวใจในการทำความรู้จักกับสรรพสิ่ง เพราะมีเสี้ยววินาฑีที่สำคัญจากการสำรวจสังเกต­­­การณ์และรวมถึงการพบเจอโดยบังเอิญ รอคอยอยู่ ความคาดหวังจากสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ คือสาระสำคัญที่ได้เรียนรู้จากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ภาพบันทึกของเสี้ยวเวลาเหล่านี้จึงมีความหมายสำคัญยิ่งต่อประสบการณ์ของพวกเขาในวัยเด็ก โดยเฉพาะในการทำความรู้จักกับสรรพสิ่งในธรรมชาติที่เปิดโอกาสให้พบเจอในเสี้ยวเวลาอันน้อยนิด หรือแม้กระทั่งชีวิตเล็กๆที่เรามักมองไม่เห็นความสำคัญ





















ดลและแดนได้บันทึกภาพไว้มากมาย จากประสบการณ์ทุกหนแห่งที่เคลื่อนไปกับห้องเรียนธรรมชาติ คงมิใช่เพียงแค่ถ่ายภาพสวยๆไว้ประดับความทรงจำ แต่เป็นมุมมองที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจับจังหวะความเข้าใจที่มีต่อโลกธรรมชาติ ด้วยจินตนาการและประสบการณ์จริงในวัยเด็ก

























วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สองล้อปั่น



ปั่นจักรยานประสบการณ์สำคัญของวัยเด็ก กลุ่มครอบครัวควบกล้ำฯถือเป็นอีกหนึ่งภาระกิจสำคัญ หากได้มารวมกลุ่มเรียนรู้ร่วมกันเมื่อไหร่ มักต้องปิดท้ายด้วยการขี่จักรยานสำรวจหลังบ้านเป็นประจำเป็นการฝึกทักษะการปั่นร่วมกันทั้งครอบครัว  ด้วยวัยเด็กที่ต่างกัน จักรยานจึงมีตั้งแต่คันเล็กของน้องอ่อนสุดและของพี่คันย่อมไปจนถึงคันโตของพ่อแม่ แต่ละคนผ่านการหัดขี่จักรยานมาแตกต่างกันตามสไตล์การเรียนรู้ของแต่ละครอบครัว สะท้อนให้เห็นบางแง่มุมของบ้านเรียนแต่ละบ้านที่มีความเป็นเฉพาะตัวแตกต่างกัน ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น การได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ยากเข็ญเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมการปั่นจักรยานร่วมกัน ทำให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญและประโยชน์ของจักรยานโดยตรง เกิดเป็นแรงบันดาลใจร่วมกันในกิจกรรมละเล่นเรียนรู้จากห้องเรียนธรรมชาติ


ความสุขติดล้อ
จำได้ว่าน้องแดนมักจะได้รับบทเรียนจากการปั่นมากกว่าคนอื่นเป็นเพราะทักษะจักรยานคันเล็กที่ยังต้องติดล้อเล็กประคองตัว ในขณะที่พี่ๆปั่นสองล้อไปได้ไกลๆถึงหลังบ้านแล้ว ครั้งที่แดนถอดล้อข้างออก พี่ๆช่วยกันประคองวิ่งตอนออกตัว แดนปั่นตามออกไปได้อย่างสนุกสนาน แต่พอถึงคราวกลับเข้าจอด น้องแดนไม่รู้ว่าจะหยุดจอดยังไงดีจึงชะลอความเร็วและตัดสินใจพุ่งเข้าชนฟุตบาทให้รถหยุดล้มลงแต่ก็ลุกขึ้นมาบอกพี่ๆว่า "ไม่เจ็บๆ"...นี่เป็นวิธีจอดรถของแดนในตอนแรกๆที่เรียกเสียงฮา  จนกระทั่งแดนปั่นสองล้อได้แข็งแรงขึ้น จึงปั่นตามพี่ๆไปหลังบ้านระหว่างทางผ่านแอ่งน้ำขัง หันมาอีกทีน้องแดนล้มกองอยู่กับผืนน้ำเปียกปอนไปทั้งตัว เพราะความลื่นของถนน  เส้นทางปั่นลัดเลาะไปทุ่งหลังบ้านเป็นระยะทางไปกลับถึง ๔ กม.เป็นเส้นทางที่เด็กและพ่อแม่ได้ฝึกทักษะและวินัยในการปั่นให้คล่องแคล้วเท่าเทียมกัน เราได้ใช้เวลากันที่นี่อยู่พักใหญ่จนถึงวาระเปลี่ยนจักรยานคันใหม่ตามขนาดให้เหมาะสมกับความสูงที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว



บนถนนนักปั่น
เป็นความโชคดีที่เส้นทางจักรยานจากทุ่งหลังบ้านถูกต่อเชื่อมด้วยสะพานปูนเรียบคลองบ้านม้าข้ามทางรถไฟสายตะวันออกสู่ถนนลูกรังใต้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ก่อนที่จะเชื่อมเข้าสู่ถนนทางเรียบคู่ขนานมอร์เตอร์เวย์         เส้นทางสำหรับนักปั่นด้วยระยะวนรอบไปกลับประมาณ ๒๐ กิโลเมตร มีช่วงขึ้นเนินสะพานยาวอยู่สองช่วงนักปั่นทางเรียบมักนิยมมาฝึกซ้อม  นับว่าเป็นเส้นทางที่ต้องใช้ทักษะในการปั่นมากพอควรสำหรับเด็กๆและคุณแม่ ระหว่างทางมีวัดลานบุญเป็นจุดพักเล่น มีฝูงปลาสวายเป็นขวัญใจของเด็กๆ เป็นประสบการณ์ดีๆที่ได้ฝึกฝนผ่านทั้งความเหน็ดเหนื่อย ความอดทนและสติตื่นตัวบนถนนที่มีรถยนตร์ผ่านไปมาค่อนข้างน้อย(แต่มักใช้ความเร็วสูง) จนถึงจุดสิ้นสุดที่ทุกคนสัมผัสได้ถึงความสุขที่หลั่งออกมาหลังความเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะผ่านพ้นมาได้อย่างปลอดภัย เราเริ่มสะสมทักษะด้วยการขนขึ้นรถและข้ามเรือไปปั่น  ทำให้ได้สัมผัสถึงรายละเอียด เก็บความทรงจำดีๆ จากหลายพื้นที่ในเวลาต่อมา






กรุงเทพฯสีเขียว
๑ ม.. ๕๓ คือร่องรอยเวลาบันทึกโปสการ์ดของเด็กๆเมื่อประมาณ ๔ ปีที่แล้ว หลังจากที่เราฝันปั่นไปไกลๆกันมาแล้ว เกิดแรงบันดาลใจอยากให้ กทม.เป็นเมืองปั่นที่ใช้รถน้อยลง มีต้นไม้ร่มรื่นขึ้น วันขึ้นปีใหม่เป็นวันดีที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมปั่นในเมืองเพราะรถน้อย จึงชักชวนกันไปตั้งต้นชมเมืองใหญ่ที่สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวอันน้อยนิดใจกลางเมือง ปั่นไปบันทึกวาดภาพโปสการ์ดตามจุดสำคัญที่แออัดตั้งแต่ สามย่าน สยาม มาบุญครอง สีลมและสาธร เพื่อสังเกตุการณ์พื้นสีเขียว ไบค์เลน ทางเท้า แผงรอย  ตุ๊กๆ แท็กซี่ รถเมล์และควันรถ เก็บไว้เป็นอีกหนึ่งชุดประสบการณ์ปั่น ภาพวาดบันทึกโปสการ์ดถูกติดตั้งบนรถพ่วงบนแผงโชว์ ปั่นไปบนท้องถนนและจอดพักตามจุดวาดภาพไปด้วย เด็กๆจะต้องรักษาขบวนด้วยความเร็วที่เกาะกลุ่มกันและระมัดระวังการขับขี่ให้มากขึ้นอีกเท่าตัวและไม่ลืมทักษะการตัดสินใจเวลากระชั้นชิด มีเสียงแตรดังบีบไล่หลังในขณะที่คุณแม่กำลังปั่นไปกับลูกๆ ด้วยความคิดกังวลอยู่ลึกๆ ความฝันจากวันนั้นจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงไร ไม่มีใครคาดหวังมากนัก เว้นเสียแต่การเริ่มลงมือทำ




ปั่นไกล้ไกล ไปให้ถึง

          จนถึงวันนี้มีนักปั่นอยูบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้น มีร้านบริการจักรยานที่หลากหลาย มีโครงการรณรงค์ที่คึกคัก มีโครงการณ์"ปันปั่น"จากกทม..ให้ทดลองใช้ถึง ๕๐ สถานี มีวันคาร์ฟรีเดย์ที่แสดงพลังปั่นอย่างพร้อมเพรียงกัน  แต่แล้วข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนจากเพื่อนนักปั่นทั้งเก่าและใหม่ก็ยังคงมีอยู่เป็นระยะๆ โดยส่วนตัวต้องยอมรับว่าการปั่นจักรยานบนท้องถนนยังคงเป็นเรื่องที่ต้องผจญภัยกันอยู่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ตราบใดที่ทัศนคติในการใช้ถนนยังมองเห็นจักรยานเป็นแค่ล้อเลื่อนที่เกะกะบนท้องถนน ไม่รับรู้ถึงสิทธิจักรยานบนท้องถนนที่ต้องใช้ร่วมกัน "ไบค์เลน" จึงเป็นได้แค่ร่องรอยเชิงสัญญลักษณ์ทับซ้อนอยู่บนท้องถนน โชคยังดีที่มีนักผจญภัยอีกมากมายกระโดดลงมาใช้สิทธิจักรยานบนท้องถนนร่วมกัน ช่วยสร้างสรรค์เมืองกรุงเทพฯให้น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม..ในอนาคตอันใกล้นี้